เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 มีรายงานว่า คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา ได้มีมติอนุมัติตามข้อเสนอของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการแต่งตั้งและสับเปลี่ยนข้าราชการพลเรือนสามัญระดับบริหารสูง จำนวน 2 ราย เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการบริหารงาน
โดยมีคำสั่งให้นายวิทยา แก้วมี ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ย้ายไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ขณะเดียวกัน ได้สับเปลี่ยนให้นายราเชน ศิลปะรายะ จากตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงแทน
ล่าสุด ด้าน นายราเชน ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า ขอบคุณทุกท่านที่โทรมากำลังใจ ไม่ได้รับสายขออย่าโกรธนะครับ น้อมรับคำสั่งของผู้บังคับบัญชา เป็นข้าราชการมืออาชีพ อยู่ตรงไหนก็น้อมรับครับ ทำประโยชน์ให้ประชาชนคนไทย อีก 5 เดือนก็ต้องไปแล้ว ไปช้าไปเร็ว 30 กันยายน ก็ต้องไป ตามวิถีราชการ น้อมรับด้วยความยินดี ไม่มีโอกาสได้ดูแลครอบครัวและลูก ได้บอกลูกว่ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ สงสารแต่ลูก ตัวน้องเพิ่งจะเข้า ป้ามาถามว่าพ่อจะมาอยู่กับหนูเมื่อไร
วันนี้มีคำตอบแล้ว คงก้าวเดินออกจากชีวิตราชการที่ทุ่มเทให้เพื่อประเทศชาติ กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างมีความสุข คงต้องพิจารณาตัวเอง จบชีวิตราชการก่อน 60 ปี อย่างมีศักดิ์ศรี ของข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมไม่ใช่ข้าราชการการเมืองโดนให้ร้ายมาตลอด ขอบคุณสำหรับกำลังใจของทุกท่านที่โทรมาให้กำลังใจ พร้อมทิ้งท้ายว่า ใจไม่สู้ครับน้อมรับคำสั่ง กรมฝนหลวงยังเป็นกรมของพระราชา ที่พร้อมช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนที่เดือดร้อน

โพสต์ดังกล่าว
สำหรับนายราเชน ศิลปะรายะ อดีตอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ถือเป็นข้าราชการสายวิศวกรที่มีบทบาทโดดเด่นด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี 2 สาขา ได้แก่ วิทยาศาสตรบัณฑิต (เทคโนโลยีอุตสาหกรรมก่อสร้าง) จากสถาบันราชภัฏอุบลราชธานี และวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมโยธา) จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
เส้นทางราชการของนายราเชน เริ่มต้นจากงานด้านชลประทาน ก่อนก้าวเข้าสู่ตำแหน่งบริหารในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง อาทิ ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้าง สำนักงานชลประทานที่ 5 กรมชลประทาน, ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร
ต่อมา เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงอย่างไรก็ตาม ชื่อของนายราเชนกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติให้โยกย้ายจากตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งผลให้เจ้าตัวตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากราชการทันที เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ทั้งที่ยังไม่ถึงกำหนดเกษียณอายุราชการ
นอกจากนี้ นายราเชนให้สัมภาษณ์ว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีปัจจัยจากแรงกดดันในการทำงาน รวมถึงการไม่ตอบสนองต่อฝ่ายการเมืองในบางประเด็น โดยยกกรณีมีบุคคลอ้างตัวเป็นผู้บริหารสายการบินรายหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเป็นสัตว์และนามสกุลขึ้นต้นด้วยอักษร จ. ติดต่อขอเข้าพบเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับงานซ่อมอากาศยาน แต่ไม่สามารถเข้าพบได้เนื่องจากมีภารกิจล่วงหน้า อีกทั้งภายหลังยังมีความพยายามติดต่อเข้ามาอีก โดยอ้างความสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ระดับสูง
ทั้งนี้ นายราเชนระบุว่า ตลอดระยะเวลาการทำงาน ยึดหลักความเป็น ข้าราชการมืออาชีพ และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะภารกิจฝนหลวงเพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 และสถานการณ์ภัยแล้งที่ผ่านมา พร้อมย้ำว่าการลาออกครั้งนี้เป็นการตัดสินใจเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเอง อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยอมรับว่า เดิมมีแผนจะยื่นลาออกในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นวันครบอายุ 60 ปี แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตัดสินใจยุติบทบาทดังกล่าวก่อนกำหนด