ปั่นไม่หยุด! กองทัพเรือ ชี้เเจงแล้ว หลังกัมพูชาอ้าง ได้ยินเสียงอาวุธจากฝั่งไทย
ปั่นไม่หยุด! กองทัพเรือ ชี้เเจงแล้ว หลังกัมพูชาอ้าง ได้ยินเสียงอาวุธจากฝั่งไทย
ข่าวการเมือง

ปั่นไม่หยุด! กองทัพเรือ ชี้เเจงแล้ว หลังกัมพูชาอ้าง ได้ยินเสียงอาวุธจากฝั่งไทย

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 พลเรือตรีปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ แถลงชี้แจงกรณีกระทรวงกลาโหมกัมพูชาเผยแพร่รายงานว่า คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนของกัมพูชา (AOT–Cambodia) ได้ยุติภารกิจตรวจสอบการหยุดยิงบริเวณช่องทางผ่านแดน จ.โพธิสัตว์ เนื่องจากได้ยินเสียงคล้ายอาวุธจากฝั่งไทย โดยฝ่ายไทยยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าว ไม่เป็นความจริง

โฆษกกองทัพเรือเปิดเผยว่า พื้นที่ที่ถูกกล่าวถึงคือเขตปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดระยะที่ 1 ของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม (TMAC) บ้านชำราก อ.เมือง จ.ตราด ซึ่งอยู่ในอธิปไตยของไทยอย่างชัดเจน และเป็นพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ไทยสามารถเก็บกู้วัตถุระเบิดได้จำนวนมาก โดยเฉพาะระเบิดสังหาร PMN-2 สภาพใหม่ ที่คาดว่าถูกลักลอบนำมาวางในช่วงไม่นานมานี้

สำหรับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราดตรวจพบทหารกัมพูชาหลายนาย นำคณะ AOT–Cambodia เข้ามาปรากฏตัวใกล้แนวรั้วลวดหนาม ซึ่งฝ่ายไทยจัดทำขึ้นเพื่อความปลอดภัยระหว่างการเก็บกู้ทุ่นระเบิด และป้องกันการรบกวนจากภายนอก โดยฝ่ายกัมพูชามีความประสงค์จะข้ามเข้ามาในพื้นที่ปฏิบัติการ แต่ไทยปฏิเสธ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของ TMAC

ต่อมาในวันนี้ (19 พ.ย.) เวลาประมาณ 11.00 น. ระหว่างที่ TMAC ปฏิบัติงานต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่พบกลุ่มทหารกัมพูชาสังเกตการณ์อยู่บริเวณฐานจอมวย ห่างจากแนวรั้วราว 150 เมตร ก่อนจะมีเสียงดังคล้ายประทัด หรือเสียงไม่ทราบที่มาเกิดขึ้นใกล้บริเวณดังกล่าว ทำให้กำลังพลทั้งสองฝ่ายต้องหลบเข้าที่กำบังตามมาตรการความปลอดภัย

หลังการตรวจสอบอย่างละเอียด ฝ่ายไทยยืนยันว่า ไม่มีการใช้อาวุธจากฝ่ายไทย และจากการสอบถามผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์พบว่าเสียงที่ได้ยินมีลักษณะ คล้ายประทัดมากกว่าเสียงอาวุธปืน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการสร้างสถานการณ์จากฝั่งกัมพูชาเอง

กองทัพเรือย้ำว่า ไทยดำเนินภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมตามมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนมีความปลอดภัย พร้อมยืนยันว่าจะรักษาความสงบเรียบร้อยและประสานงานผ่านช่องทางความร่วมมือที่มีอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือความตึงเครียดเพิ่มเติมระหว่างสองประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ