เศรษฐกิจซึม! พาณิชย์ฯ เผย 6 เดือนแรกปี 69 บริษัทปิดกิจการพุ่ง 7,024 ราย
เศรษฐกิจซึม! พาณิชย์ฯ เผย 6 เดือนแรกปี 69 บริษัทปิดกิจการพุ่ง 7,024 ราย
ข่าวเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจซึม! พาณิชย์ฯ เผย 6 เดือนแรกปี 69 บริษัทปิดกิจการพุ่ง 7,024 ราย

ฟังข่าวนี้

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการวิเคราะห์สถานการณ์การจดทะเบียนธุรกิจว่า เดือนมิถุนายน 2569 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่จำนวน 7,979 ราย เพิ่มขึ้น 864 ราย หรือ 12.14% จากเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งมีจำนวน 7,115 ราย และเพิ่มขึ้น 956 ราย หรือ 13.61% จากเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งมีจำนวน 7,023 ราย

ขณะที่ทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 15,231 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 602 ล้านบาท หรือ 4.12% จากเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งอยู่ที่ 14,629 ล้านบาท แต่ลดลง 2,882 ล้านบาท หรือ 15.91% จากเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งอยู่ที่ 18,113 ล้านบาท

สำหรับช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน มีธุรกิจจัดตั้งใหม่สะสมจำนวน 44,773 ราย เพิ่มขึ้น 935 ราย หรือ 2.13% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งมีจำนวน 43,838 ราย

ส่วนทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่สะสมในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 111,201 ล้านบาท ลดลง 37,939 ล้านบาท หรือ 25.44% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 149,140 ล้านบาท

เมื่อพิจารณาประเภทธุรกิจที่มีอัตราการจัดตั้งใหม่ขยายตัวโดดเด่นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่า มี 3 ประเภทธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 1,296 ราย เพิ่มขึ้น 470 ราย หรือ 56.90% มีทุนจดทะเบียน 2,123 ล้านบาท

รองลงมา คือ ธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร จำนวน 2,119 ราย เพิ่มขึ้น 287 ราย หรือ 15.67% มีทุนจดทะเบียน 3,446 ล้านบาท และธุรกิจร้านขายปลีกเสื้อผ้า จำนวน 499 ราย เพิ่มขึ้น 227 ราย หรือ 83.46% มีทุนจดทะเบียน 696 ล้านบาท

ด้านการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนมิถุนายน 2569 มีจำนวน 1,760 ราย เพิ่มขึ้น 713 ราย หรือ 68.10% จากเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งมีจำนวน 1,047 ราย และเพิ่มขึ้น 292 ราย หรือ 19.89% จากเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งมีจำนวน 1,468 ราย

ขณะที่ทุนจดทะเบียนเลิกกิจการเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 6,807 ล้านบาท ลดลง 58,985 ล้านบาท หรือ 89.65% จากเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งอยู่ที่ 65,792 ล้านบาท และลดลง 3,596 ล้านบาท หรือ 34.57% จากเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งอยู่ที่ 10,403 ล้านบาท

สำหรับช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มีการจดทะเบียนเลิกกิจการสะสมจำนวน 7,024 ราย เพิ่มขึ้น 780 ราย หรือ 12.49% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งมีจำนวน 6,244 ราย

ส่วนทุนจดทะเบียนเลิกกิจการสะสมในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 98,857 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68,313 ล้านบาท หรือ 224% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 30,544 ล้านบาท

ธุรกิจจดทะเบียนเลิก 3 อันดับ คือ 1.ก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 154 ราย คิดเป็น 9% 2.อสังหาริมทรัพย์ จำนวน 105 ราย คิดเป็น 6% 3.ภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 75 ราย คิดเป็น 4%

สำหรับกลุ่มนิติบุคคลที่มีสัดส่วนการจดทะเบียนมากที่สุด คือ กลุ่มบริการ มีจำนวน 547,518 ราย ทุนจดทะเบียน 13.94 ล้านล้านบาท รองลงมาคือ กลุ่มค้าส่ง/ค้าปลีก 328,850 ราย ทุนจดทะเบียน 2.63 ล้านล้านบาท และกลุ่มผลิต 128,190 ราย

ทุนจดทะเบียน 7.24 ล้านล้านบาท คิดเป็น 54.50% 32.74% และ 12.76% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ตามลำดับ

สำหรับการลงทุนของชาวต่างชาติครึ่งปีแรกปี 2569 การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (เฉพาะธุรกิจที่กำหนดให้ต้องขออนุญาต) เดือนมิถุนายน 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจ ในประเทศไทย 112 ราย

โดยสรุปครึ่งปีแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยจำนวน 640 ราย เพิ่มขึ้น 138 ราย คิดเป็น 27% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (502 ราย)

ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) มีประเทศที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ดังนี้ จีน จำนวน 110 ราย ทุน 35,479 ล้านบาท 2.สหรัฐฯ จำนวน 107 ราย ทุน 6,043 ล้านบาท 3.ญี่ปุ่น จำนวน 87 ราย ทุน 44,662 ล้านบาท 4.สิงคโปร์ จำนวน 83 ราย ทุน 37,867 ล้านบาท และ 5.ฮ่องกง จำนวน 59 ราย ทุน 13,088 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 194 ราย คิดเป็น 30% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 50,475 ล้านบาท

นายพูนพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ในเดือนมิถุนายน 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 14% ขณะที่ทุนจดทะเบียนลดลงประมาณ 16% อย่างไรก็ตาม การลดลงของทุนจดทะเบียนไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจมีปัญหา เนื่องจากจำนวนธุรกิจที่จัดตั้งใหม่ยังเพิ่มขึ้น โดยอาจสะท้อนว่าธุรกิจขนาดใหญ่มีจำนวนลดลง ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ปรับการให้บริการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจและการอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างชาติเป็นระบบออนไลน์เต็มรูปแบบ 100% ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมเปิดให้บริการผ่านระบบออนไลน์ในวันเสาร์และอาทิตย์

ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของจำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่เป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ควบคู่กับการให้บริการของภาครัฐที่มีความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ