เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดถนนเชื่อมต่อระหว่างด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ จังหวัดสงขลา กับด่านบูกิตกายูฮิตัมของประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับความสัมพันธ์และการเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
นายอนุทินกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่ให้เกียรติเข้าร่วมพิธี พร้อมชื่นชมการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งและความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของรัฐบาลมาเลเซีย ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จของโครงการดังกล่าว
นายกรัฐมนตรีระบุว่า การเปิดถนนเชื่อมด่านศุลกากรครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดใช้เส้นทางคมนาคมสายใหม่ แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่มั่นคงระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย รวมถึงสะท้อนเจตนารมณ์ร่วมกันในการพัฒนาการเชื่อมโยงข้ามพรมแดนให้มีความสะดวก รวดเร็ว และไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น
ถนนสายใหม่นี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่งสินค้า ลดความแออัดบริเวณด่านสะเดา-บูกิตกายูฮิตัม ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดผ่านแดนที่สำคัญที่สุดระหว่างไทยกับมาเลเซีย ตลอดจนช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนด้านโลจิสติกส์ให้แก่ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั้งสองประเทศ
นายอนุทินกล่าวว่า ในระหว่างการเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีอันวาร์ในหลายประเด็นสำคัญ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งผลักดันการเชื่อมโยงพื้นที่ชายแดนให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ครอบคลุมเส้นทางระหว่าง สงขลา-เคดาห์ สตูล-เปอร์ลิส และนราธิวาส-กลันตัน
รัฐบาลทั้งสองประเทศเชื่อมั่นว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงประชาชน สินค้า และบริการเข้าหากัน จะเป็นกลไกสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจของภาคใต้ของประเทศไทยและภาคเหนือของมาเลเซีย ทั้งในด้านการค้าชายแดน การลงทุน การท่องเที่ยว และการขนส่งในระดับภูมิภาค
นอกจากนี้ ไทยและมาเลเซียจะร่วมกันยกระดับความร่วมมือเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างโอกาสการจ้างงาน เพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่ชายแดนให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างมั่นคง
นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า รัฐบาลไทยพร้อมประสานการทำงานกับรัฐบาลมาเลเซียอย่างใกล้ชิด เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ชายแดนจากจุดผ่านทางให้กลายเป็นพื้นที่แห่งโอกาสทางเศรษฐกิจ และสร้างผลประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม