สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่ใกล้เข้าสู่วัยเกษียณอายุ 55 ปีบริบูรณ์ และมีความประสงค์จะวางแผนการเงินในอนาคต สำนักงานประกันสังคมได้ชี้แจงหลักเกณฑ์การคำนวณเงินบำนาญชราภาพตามสูตรปัจจุบัน โดยผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน หรือ 15 ปี จะได้รับเงินบำนาญชราภาพในอัตรา 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายก่อนความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
หากมีการส่งเงินสมทบเกินกว่า 180 เดือน จะได้รับอัตราบำนาญเพิ่มขึ้นอีก 1.5% ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบทุกๆ 12 เดือน ทั้งนี้ เพดานฐานเงินเดือนสูงสุดที่นำมาใช้ในการคำนวณเงินบำนาญคือ 17,500 บาท
จากตารางแสดงเงินบำนาญชราภาพ ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบจำนวนเงินโดยประมาณที่จะได้รับต่อเดือนได้ตามระยะเวลาการส่งเงินสมทบและฐานเงินเดือนเฉลี่ย โดยยกตัวอย่างเช่น
ผู้ที่ส่งเงินสมทบครบ 15 ปี หากมีฐานเงินเดือนเฉลี่ย 12,000 บาท จะได้รับเงินบำนาญเดือนละ 2,400 บาท หากฐานเงินเดือนเฉลี่ย 15,000 บาท จะได้รับ 3,000 บาท และหากฐานเงินเดือนเฉลี่ย 17,500 บาท จะได้รับ 3,500 บาท
สำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบยาวนานขึ้นเป็น 20 ปี ด้วยฐานเงินเดือนเฉลี่ย 17,500 บาท จะได้รับเงินบำนาญเพิ่มขึ้นเป็น 4,813 บาทต่อเดือน และหากส่งเงินสมทบครบ 35 ปีเต็ม ด้วยฐานเงินเดือนเฉลี่ย 17,500 บาท ผู้ประกันตนมีโอกาสได้รับเงินบำนาญสูงสุดถึง 8,750 บาทต่อเดือน
ในส่วนของการปรับปรุงสูตรคำนวณเงินบำนาญชราภาพใหม่ หรือที่เรียกว่า 'สูตร CARE' นั้น มีความแตกต่างจากสูตรเดิม โดยสูตร CARE จะคำนวณอัตราบำนาญ 20% บนฐานเงินเดือนที่จ่ายเงินสมทบทุกเดือน หากส่งเกิน 180 เดือน จะเพิ่มอัตราบำนาญ 0.125% ต่อเดือน โดยคิดตามจำนวนเดือนที่ส่งเพิ่มจริง ไม่มีการปัดเศษเดือนทิ้ง
อย่างไรก็ตาม การปรับใช้สูตร CARE ยังคงต้องรอการลงนามจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และการพิจารณาอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป ผู้ประกันตนจึงควรติดตามความคืบหน้าจากสำนักงานประกันสังคมอย่างใกล้ชิด
