เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ ไทยช่วยไทย ซึ่งเป็นมาตรการของภาครัฐในการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยเตรียมขยายการเข้าถึงให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ผ่านการเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ
สำหรับการดำเนินการในระยะถัดไป รัฐบาลจะจัดตั้งจุดจำหน่ายสินค้า ไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 แห่งทั่วประเทศ โดยมีกำหนดเริ่มต้น (Kick-off) ในวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569 และจะเปิดจำหน่ายอย่างต่อเนื่องทุกวันศุกร์ตลอดเดือนพฤษภาคม ได้แก่ วันที่ 1, 8, 15, 22 และ 29 เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้ใกล้บ้านมากยิ่งขึ้น
ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) อาทิ Makro, Lotus's, Big C, TOPS และ Go Wholesale ในการกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ต่าง ๆ อย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ โครงการ ไทยช่วยไทย ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 โดยในระยะแรกมีการจำหน่ายสินค้าผ่านห้างค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ ก่อนจะขยายช่องทางเพิ่มเติมไปยังร้านค้าปลีกท้องถิ่น และแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Shopee, Lazada, TikTok, GrabMart และ LINE MAN เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค
ขณะเดียวกัน ในระยะที่ 2 ของโครงการ รัฐบาลยังมีแผนสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ไทย โดยนำร่องจำนวน 2,000 ราย ให้สามารถนำสินค้าขึ้นจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดและเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงผู้บริโภค พร้อมมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมจากภาครัฐ อาทิ การสนับสนุนค่าขนส่งฟรี และการมอบคูปองส่วนลดมูลค่า 100 บาท จำนวน 500,000 สิทธิ์ ขณะที่แพลตฟอร์มเอกชนร่วมยกเว้นค่าธรรมเนียม GP เพื่อลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาประหยัดได้อย่างทั่วถึง โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายส่วนใหญ่เป็นสินค้า House Brand จากห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันมากกว่า 3,000 รายการ ซึ่งมีการปรับลดราคาสูงสุดถึง 58% รวมถึงสินค้าแบรนด์ทางเลือกที่ร่วมจัดโปรโมชั่นพิเศษ
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนร่วมเลือกซื้อสินค้าในโครงการ ไทยช่วยไทย ได้ ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศควบคู่กันไป