กูรู ชี้สาเหตุแท้จริง ทำราคาทองคำเหวี่ยงขึ้นแรงผิดวิสัย พร้อมเผยแนวโน้มในอนาคต
กูรู ชี้สาเหตุแท้จริง ทำราคาทองคำเหวี่ยงขึ้นแรงผิดวิสัย พร้อมเผยแนวโน้มในอนาคต
ข่าวเศรษฐกิจ

กูรู ชี้สาเหตุแท้จริง ทำราคาทองคำเหวี่ยงขึ้นแรงผิดวิสัย พร้อมเผยแนวโน้มในอนาคต

ฟังข่าวนี้

ต้องบอกว่า ราคาทองคำนั้นยังพุ่งไม่หยุด จนวันนี้ (26 ม.ค. 69) ถือเป็นวันประวัติศาสตร์อีกหนึ่งวัน หลังราคาทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ครั้งแรก ส่วนราคาทองคำไทยเปิดตลาดมารวดเดียว 1,400 บาท ทองรูปพรรณขยับขึ้นไปสูงสุดทะลุ 75,300 บาท ทันที จากนั้นระหว่างวันขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคาทองรูปพรรณ 75,600บาท หลังจากช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาทะลุ 70,000 บาทไปไม่นาน ก็ขยับขึ้นมากว่าครึ่งหมื่น

สาเหตุที่ราคาขึ้นเร็วขึ้นแรงขนาดนี้ เกิดจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ความแปรปรวนของเศรษฐกิจของการเมืองโลก โดยเฉพาะนโยบายของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ออกมาทำให้โลกยิ่งสั่นสะเทือน และเกิดทิศทางแตกแยกกันของสหรัฐ ยุโรป กลายเป็นโลกหลายขั้วมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้สินทรัพย์สหรัฐถูกลดการถือครองมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสกุลเงินดอลลาร์ พันธบัตร และมุ่งเข้าหาทองคำ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ การปรับขึ้นของราคาทองคำขณะนี้บรรยากาศหน้าร้านมีทั้งคนซื้อและขาย โดยเฉพาะคนซื้อที่มากกว่าขาย หลังจากราคาขึ้นมาระดับ 70,000 บาท เร็วกว่าที่คาดว่าจะเกิดขึ้นช่วงไตรมาส 2 จากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ทำให้คาดว่ายังมีโอกาสปรับขึ้นต่อเนื่อง จนต้องวิเคราะห์ใหม่จากปี 67 ราคาปรับขึ้นมา 21% ปี 68 ปรับขึ้นมา 68% ฉะนั้นปีนี้หากประมาณการณ์ระดับกลางๆ คาดว่าขึ้นมาอย่างน้อย 40% ทะลุ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะ ทรัมป์ ยังเป็นประธานาธิบดีอยู่ เหตุการณ์ต่างๆคงไม่สงบ

จากปัญหาเรื่อง กรีนแลนด์ ถัดมาตอนนี้เป็นปัญหาเรื่องสหรัฐที่เตรียมพร้อมอาวุธสู้รบกับอิหร่าน ทำให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นมาแรง ซึ่งข่าวนี้ยังไม่คลี่คลาย ราคาทองคำก็จะยังปรับขึ้นไม่หยุด และหากเกิดสงครามขึ้นมาชัดเจนมีโอกาสที่ราคาทองคำขึ้นมาวันละ 500-1,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เช่นเดียวกับเหตุการณ์เครื่องบินพุ่งชนตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนิวยอร์กเมื่อปี 44 ราคาทองขึ้นมา 30 ดอลลาร์

การปรับขึ้นของราคาทองคำเฉลี่ย 40 ปี ขึ้นมา 8-9% แต่หลังจากที่ทรัมป์เข้ามาปีแรกขึ้นมา 20% ปีต่อมา 68% ส่วนปีนี้จึงคาดว่าโอกาสขึ้นมาระดับกลางๆ 40% โดยขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผล เพียงแค่คำพูดทรัมป์แค่คำเดียว หรือมีโอกาสที่ทรัมป์จะเป็นผู้ถือหุ้นทองคำหรือไม่ จนทำให้ขณะนี้นักวิเคราะห์เริ่มไม่มีเหตุผลจะอธิบายแล้วว่าทองคำขึ้นมาด้วยสาเหตุอะไร ฉะนั้นจึงถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ เพราะเพียงแค่เตรียมพร้อมบุกอิหร่านราคาก็ปรับขึ้นมา ซึ่งหากเกิดสงครามขึ้นมาจริงๆแล้วราคาปรับขึ้นถือว่าสมเหตุสมผลมากกว่า

อย่างไรก็ตาม การเหวี่ยงขึ้นของทองคำจึงมองว่ากลุ่มกองทุนต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องและแห่กันซื้อเก็งกำไร พร้อมสร้างกระแสข่าวจากทรัมป์ให้เกิดการตื่นตัวในตลาดทองคำ เพราะธนาคารกลางหลายประเทศหากขายดอลลาร์ซื้อเป็นทองคำสามารถซื้อได้เพียงปีละ 4,000 ตัน ฉะนั้นหากไม่มีกองทุนอีทีเอฟ กองทุนฟิวเจอร์ เข้ามาเกี่ยวขึ้นคงไม่ปรับขึ้นแรงขนาดนี้

ทิศทางหลังจากนี้จึงมองว่า ถ้าทรัมป์ยังอยู่ทองคำก็ยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่หากทรัมป์ไม่อยู่เมื่อไหร่ อาจไม่ปลอดภัย เพราะราคาปรับขึ้นมามากกว่าความเป็นจริงเกินไป