วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีที่ 6 ซึ่งพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางสรารัตน์ หรือ แอม ไซยาไนด์ อายุ 39 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นฯ
คดีนี้โจทก์ระบุว่า เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2558 จำเลยได้ใส่สารไซยาไนด์ซึ่งเป็นสารพิษลงในอาหารให้ น.ส.มณฑาทิพย์ หรือ ทราย ผู้เสียชีวิต ภายในคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต โดยมีมูลเหตุจากการต้องการล้างหนี้สินที่ผู้ตายมีต่อจำเลย ขณะที่จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ศาลพิจารณาคำเบิกความของพยาน รวมถึงพยานหลักฐานจากทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยที่นำมาต่อสู้หักล้างกันแล้ว เห็นว่าข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยและผู้ตายเป็นเพื่อนสนิทกัน และเคยเล่นแชร์อยู่ในวงเดียวกัน โดยจำเลยเคยกู้ยืมเงินจากผู้ตายจำนวนหนึ่ง
นอกจากนี้ ศาลยังพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ของจำเลยที่ติดพนันออนไลน์และสูญเสียเงินไปกว่า 30 ล้านบาท ขณะที่ผู้ตายเป็นผู้มีฐานะ พำนักอยู่ที่ประเทศแคนาดา และมีอาคารพาณิชย์ในพื้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม ซึ่งปล่อยให้เช่า โดยให้จำเลยเป็นผู้ดูแล
สำหรับวันเกิดเหตุ ผู้ตายเดินทางกลับจากประเทศแคนาดา โดยมีจำเลยและเพื่อนคนอื่นไปรับที่สนามบินสุวรรณภูมิ ระหว่างเดินทางได้แวะรับประทานข้าวต้ม ก่อนเข้าพักที่คอนโดมิเนียมของผู้ตาย
ต่อมาผู้ตายเสียชีวิต จากการชันสูตรพลิกศพ แพทย์ผู้ตรวจระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากระบบหัวใจล้มเหลว หรืออาจเกิดจากโรคประจำตัว แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเสียชีวิตจากการได้รับสารพิษไซยาไนด์
ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังมีข้อสงสัยหลายประการ การพิพากษาลงโทษจำเลยต้องพิจารณาจากรูปคดีและพยานหลักฐานที่ปรากฏเป็นสำคัญ โดยคดีนี้ไม่มีพยานหลักฐานจากฝ่ายโจทก์ที่สามารถยืนยันได้ว่าจำเลยเป็นผู้ลงมือกระทำความผิด จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย
ศาลจึงพิพากษายกฟ้อง นางสรารัตน์ หรือ แอม ไซยาไนด์ ในคดีนี้
ในวันนี้ศาลได้เบิกตัว แอม ไซยาไนด์ จากทัณฑสถานหญิงกลางมารับฟังคำพิพากษา โดยก่อนหน้านี้ศาลอาญามีคำพิพากษาคดีของแอม ไซยาไนด์ มาแล้ว 5 คดี แบ่งเป็นพิพากษาประหารชีวิต 1 คดี จำคุกตลอดชีวิต 2 คดี และยกฟ้อง 2 คดี
เมื่อรวมคดีที่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องในวันนี้ ส่งผลให้คดีที่ยกฟ้องเพิ่มเป็น 3 คดี จากทั้งหมด 15 คดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้อง แอม ไซยาไนด์ โดยแบ่งเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นฯ 14 คดี และความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นฯ อีก 1 คดี