ตร.บุกจับสึกพระวัดดังคากุฏิ รับจ้าง 300 เปิดบัญชีม้าแก๊งหลอกให้รัก
ตร.บุกจับสึกพระวัดดังคากุฏิ รับจ้าง 300 เปิดบัญชีม้าแก๊งหลอกให้รัก
ข่าวอาชญากรรม

ตร.บุกจับสึกพระวัดดังคากุฏิ รับจ้าง 300 เปิดบัญชีม้าแก๊งหลอกให้รัก

ฟังข่าวนี้

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม, พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา, พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์, พ.ต.ท.กฤษฎา พลายละหาร, พ.ต.ท.รัฐวิรุฬห์ จันทสุบรรณ และ พ.ต.ท.ปภินวิทย์ อุดมพร รอง ผกก.1 บก.ป. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.1 บก.ป. นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.นภชลัน เกิดเอี่ยม สว.กก.1 บก.ป., ร.ต.ท.สมโภช ศิริไพรวัน รอง สว.(ป.) กก.1 บก.ป. และ เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ป.

ร่วมกันจับกุม พระหรือนายเอ (นามสมมติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2621/2569 ลงวันที่ 7 พ.ค.69 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “สนับสนุนฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, สนับสนุนนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จ โดยกระทำต่อบุคคลหนึ่ง และ เปิดหรือยินยอมให้บุคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง”

สถานที่จับกุม บริเวณภายในวัด แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากช่วงประมาณปี 2567 ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านแอปพลิเคชัน Telegram อ้างตนว่าเป็นนักร้องต่างประเทศ โดยเข้ามาพูดคุยทำความรู้จัก เอาใจเก่ง แสดงความห่วงใย เชิงชู้สาว จนผู้เสียหายรู้สึกผูกพัน (Romance Scam) หลังจากนั้นได้อ้างว่ามีของขวัญที่จะส่งให้กับผู้เสียหาย แต่ติดปัญหาในการส่ง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปยังบัญชีต่างๆ ตามที่มิจฉาชีพแจ้งจำนวนหลายครั้ง สูญเงินไปกว่า 200,000 บาท ซึ่งหนึ่งในบัญชีที่ใช้หลอกลวงมีบัญชีธนาคารของพระหรือนายเอ (นามสมมติ) ภายหลังผู้เสียหายทราบว่าถูกหลอกลวง จึงได้เดินทางมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่ม ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญา ออกหมายจับผู้ต้องหารายดังกล่าวไว้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปราม ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า หลังเกิดเหตุพระหรือนายสุริยาฯ ได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่บริเวณภายในวัดฯ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงลงพื้นที่ตรวจสอบและวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ จึงสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่ม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ช่วงประมาณปี 2566 ขณะที่พักอาศัยอยู่ย่านหัวลำโพงกับเพื่อน (ยังไม่ได้บวชเป็นพระ) ได้มีนายบอม (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) ซึ่งเป็นคนตระเวรหาคนเปิดบัญชีธนาคารให้ เข้ามาชักชวนให้ นายสุริยาฯ ให้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อแลกกับเงิน 300 บาท และเลี้ยงข้าว นายเอ (นามสมมติ) สนใจ จึงได้ไปเปิดบัญชีธนาคารให้ จำนวน 2 บัญชี โดยเปิดบัญชีที่ห้างสรรพสินค้าแถวสามย่าน หลังจากที่เปิดบัญชีเรียบร้อยได้ส่งบัญชีให้กับนายบอม ภายหลัง ได้ทวงถามเกี่ยวกับบัญชีธนาคารเพื่อจะเอาเก็บไว้ที่ตน แต่นายบอม กลับไม่นำสมุดบัญชีธนาคารให้ และ ได้หลบหนีไป ไม่สามารถติดต่อได้อีก ต่อมาได้บวชเป็นพระมาประมาณ 3 ปี และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตามข้อหาข้างต้น

เตือนภัย ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ใช้งานโซเชียลมีเดีย แอปหาคู่ หรือพูดคุยกับคนแปลกหน้าทางออนไลน์ต้องระมัดระวังอย่าหลงเชื่อคนแปลกหน้า โดยกลโกงมักเริ่มจากการทักมาทำความรู้จัก คุยดี เอาใจเก่ง แสดงความห่วงใย จนเหยื่อรู้สึกผูกพัน ก่อนจะเริ่มชวนลงทุน อ้างส่งของมาให้แต่ติดค่าธรรมเนียม อ้างป่วย เกิดอุบัติเหตุ หรือเหตุผลอื่นๆ ดังนั้น หากคนที่คุยออนไลน์เริ่มชวนลงทุน หรือขอให้โอนเงิน ไม่ว่าเหตุผลจะดูน่าสงสาร น่าเชื่อถือ หรือเร่งด่วนแค่ไหน ให้หยุดทันที อย่าโอนเงิน อย่าส่งข้อมูลส่วนตัว เลขบัญชี รหัส OTP หรือข้อมูลสำคัญใดๆ ให้กับบุคคลอื่นเด็ดขาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ