เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา พล.ต.อ.สําราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง ได้ร่วมกันแถลงข่าวเปิดปฏิบัติการ 'ถอดเกล็ดมังกร' เพื่อกวาดล้างขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับการสวมสิทธิ์สัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการผนึกกำลังระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยมุ่งเป้าไปที่ขบวนการที่ใช้คนไทยรับจ้างแจ้งเกิดเท็จให้แก่บุตรของชาวต่างชาติ เพื่อให้ได้รับสัญชาติไทยโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการนี้เป็นการสืบสวนขยายผลจากกรณีการจับกุม นายเอ (นามสมมติ) สัญชาติจีน ผู้กระทำความผิดฐานเป็นสแกมเมอร์และใช้ประเทศไทยเป็นฐานฟอกเงินกว่า 70,000 ล้านบาท เมื่อเดือนเมษายน 2567 จากการสืบสวนพบว่า มีการโอนเงินผ่านบัญชีม้าไปยังนางสาวเป้าเจียว เฉิน ภรรยาชาวจีนของนายเฉิน ซึ่งมีบุตร 3 คนที่ได้รับสัญชาติไทย ทำให้เกิดข้อสงสัยและนำไปสู่การสืบสวนเชิงลึกโดยกรมการปกครองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การตรวจสอบพบว่า ขบวนการนี้มีการว่าจ้างชายไทยให้จดทะเบียนสมรสกับมารดาต่างด้าว หรือรับรองบุตร เพื่อให้บุตรที่เกิดมาได้สัญชาติไทย โดยอาศัยช่องโหว่ของการเกิดในแผ่นดินไทยและสายเลือด พบว่ามีการใช้บริการคลอดบุตรและแจ้งเกิดที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร โดยมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตอำนวยความสะดวกในการดำเนินการให้เด็กได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.บี (นามสมมติ) เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านธนบุรี ทำหน้าที่เป็นนายหน้าติดต่อกลุ่มคนจีน เพื่อให้บุตรของพวกเขาสามารถได้รับสัญชาติไทย โดยมีค่าใช้จ่ายสำหรับการทำคลอดประมาณ 70,000 บาท และค่าดำเนินการของ น.ส.สุนีย์ อีกประมาณ 20,000 บาท น.ส.สุนีย์ จะจัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับการรับรองการเกิดและเอกสารบิดามารดา เพื่อนำไปแจ้งการเกิด โดยมีการว่าจ้างคนไทยให้จดทะเบียนสมรสหรือรับรองว่าเป็นบิดาให้ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 2,000 - 15,000 บาท
นอกจากนี้ ยังพบว่า น.ส.ซี (นามสมมติ) เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต อาจมีส่วนรู้เห็นกับการดำเนินการของ น.ส.บี (นามสมมติ) โดยจากการตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร พบรายการแจ้งการเกิดระหว่างมารดาต่างด้าวกับบิดาสัญชาติไทยที่กระทำโดยบุคคลทั้งสองรายนี้รวม 62 คู่ และมีการแจ้งเกิดออกสูติบัตรให้อย่างน้อย 19 รายการ
ศาลได้ออกหมายจับและหมายค้นรวม 40 และ 42 หมาย โดยสามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้หลายราย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 1 ราย เจ้าหน้าที่เขต 1 ราย ชายไทย (พ่อทิพย์) 17 ราย และมารดาต่างด้าว 16 ราย การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสิทธิหน้าที่และประโยชน์หลายด้าน ทั้งทางสังคม การศึกษา การครอบครองสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงกระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างร้ายแรง
พล.ต.อ.สำราญ ย้ำว่า ปฏิบัติการนี้เป็นการกวาดล้างกระบวนการอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการอำพรางการจดทะเบียนสมรสและการทุจริตระบบทะเบียนราษฎร เพื่อแจ้งเกิดบุตรให้ได้สัญชาติไทยอันเป็นเท็จ ขณะนี้ กรมการปกครองได้แจ้งให้นายทะเบียนที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพิกถอนรายการทางทะเบียนที่ทุจริต และเพิกถอนสัญชาติไทยของเด็กที่เป็นบุตรของคนต่างชาติเหล่านี้ทั้งหมดแล้ว นอกจากนี้ ยังได้ส่งข้อมูลให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาดำเนินการเนรเทศคนต่างด้าวให้ออกจากราชอาณาจักรตามกฎหมาย และจะมีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการทางวินัยและทางอาญาอย่างเคร่งครัดต่อไป