บุกรวบนายทุนเหมืองแร่รายใหญ่พะเยา พบพฤติกรรมสุดฉาว เอื้อประโยชน์ธุรกิจเครือข่ายสัมปทานแร่ 52 ฉบับ
บุกรวบนายทุนเหมืองแร่รายใหญ่พะเยา พบพฤติกรรมสุดฉาว เอื้อประโยชน์ธุรกิจเครือข่ายสัมปทานแร่ 52 ฉบับ
ข่าวอาชญากรรม

บุกรวบนายทุนเหมืองแร่รายใหญ่พะเยา พบพฤติกรรมสุดฉาว เอื้อประโยชน์ธุรกิจเครือข่ายสัมปทานแร่ 52 ฉบับ

ฟังข่าวนี้

ภายใต้การอำนวยการของ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และนายศรชัย ชูวิเชียร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 5 ที่ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนคดีทุจริตภาค 5 แกะรอยจนสามารถจับกุมตัว นายสุรชัย หรือ นายไพโรจน์ (สงวนนามสกุล) นายทุนเหมืองแร่รายใหญ่ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ในข้อหาร่วมกันเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ โดยเจ้าหน้าที่สามารถเข้าชาร์จตัวได้ขณะกบดานอยู่ในพื้นที่ซอยบางขุนนนท์ 5 อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ก่อนประสาน สภ.บางใหญ่ ร่วมควบคุมตัวดำเนินคดี

ย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงปี 2552 โดยนายสุรชัย ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของ บริษัท ส. จำกัด ได้เข้ามาเทคโอเวอร์สิทธิสัมปทานบัตรทำเหมืองแร่แบไรต์ในพื้นที่จังหวัดพะเยา ก่อนจะทำการขยายอาณาจักรธุรกิจยื่นขอสัมปทานบัตรเพิ่มเติมรวมพุ่งสูงถึง 52 ฉบับ ทว่าเบื้องหลังความสำเร็จและใบอนุญาตที่ได้มาอย่างง่ายดายนั้น กลับพบร่องรอยการเอื้อประโยชน์อย่างมโหฬารจากเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมี นายวีระเดช (สงวนนามสกุล) นักวิชาการอุตสาหกรรมปฏิบัติการ ซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยาในขณะนั้น เป็นคีย์แมนคนสำคัญในการใช้อำนาจหน้าที่กรุยทางให้

จากการตรวจสอบเชิงลึกของ ป.ป.ช. พบพฤติการณ์ส่อทุจริตอย่างชัดเจนในการตรวจสอบปริมาณแร่เพื่อออกใบอนุญาตขนย้ายและจำหน่าย ซึ่งตามระเบียบแล้วเจ้าหน้าที่จะต้องทำการชักตัวอย่างแร่มาตรวจสอบอย่างละเอียดทุกครั้ง แต่ปรากฏว่าในการตรวจสอบช่วงปี 2553 นายวีระเดชกลับละเลยขั้นตอนสำคัญดังกล่าว โดยทำเพียงแค่เดินวัดขนาดความกว้าง ความยาว และความสูงของกองแร่ แล้วนำตัวเลขมาคำนวณตามสูตรอย่างหลวมๆ ก่อนจะลงนามรับรองผล ตรวจทิพย์ เพื่อออกใบอนุญาตให้บริษัทของนายทุนรายนี้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นจังหวะเวลาเดียวกันกับที่มีหลักฐานมัดแน่นว่า นายสุรชัยได้ทำการโอนเงินสดเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของนายวีระเดชโดยตรงจำนวนหลายครั้งอย่างผิดปกติ โดยไม่มีเหตุผลทางกฎหมายรองรับ ซึ่งถือเป็นการจ่ายสินบนแลกกับการเปิดทางสะดวกให้ธุรกิจ

การจับกุมตัวนายทุนเหมืองแร่รายนี้ ผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกภาพและเสียงตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย (พ.ร.บ.อุ้มหายฯ) อย่างเคร่งครัด พร้อมนำตัวส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 เพื่อนำตัวยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 เดินหน้าทลายขบวนการผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ