เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติด, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. ,พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากร รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. , พ.ต.ต.ศิวัช ยังอุ่น สว.(สอบสวน) สน.วัดพระยาไกร , พ.ต.ต.วรภัทร แสงเทียนประไพ สว.กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.2ร่วมกับ นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.บก. ว่าที่ ร.ต.กิตติพัฒน์ รัตนภักดี นสส.ชก. และ พ.ต.อ.วัชรพลสุวนันทวงศ์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.ตร. , ศอ.ปส.บช.น. ปปส.กทม.และ สน.ราษฎร์บูรณะจับกุมตัว

นายเอ (นามสมมติ) อายุ 46 ปี ภูมิลำเนาอยู่พื้นที่แสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ 2 หมายจับดังนี้
1.หมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ จ.565/2569 ลงวันที่ 25 พ.ค. 69 ข้อหา “สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต”

2.หมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ จ.566/2569 ลงวันที่ 25 พ.ค. 69 ข้อหา “ฟอกเงิน”
พบประวัติถูกดำเนินคดี 5 คดี ดังนี้
1.วันที่ 20 ต.ค. 55 ถูกจับกุมข้อหา “ครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1ฯ” พื้นที่ สน.บางมด
2.วันที่ 24 มี.ค. 60 ถูกจับกุมข้อหา “ร่วมกันครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1ฯ” พื้นที่ สน.ราษฎร์บูรณะ
3.วันที่ 11 เม.ย. 66 ถูกจับกุมข้อหา “จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1ฯ” โดยถูกเจ้าหน้าที่จับกุมขณะจำหน่ายยาบ้าจำนวน 110 เม็ด พื้นที่ สน.ราษฏร์บูรณะ

4.วันที่ 7 เม.ย. 69 ถูกดำเนินคดีข้อหา “ฟอกเงิน” พื้นที่ สน.เทียนทะเล
5.วันที่ 27 เม.ย. 69 ถูกดำเนินคดีข้อหา “สมคบสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด” โดยเจ้าหน้าที่ขยายผลจากกลุ่มหัวจ่ายในชุมชนที่มีการสั่งซื้อยาบ้าในราคาเม็ดละ 18 บาท พื้นที่ สน.เทียนทะเล
จับกุมตัวได้ที่ ซ.สุขสวัสดิ์ แขวงบางประกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ
ตรวจยึดของกลาง และยึดทรัพย์สินดังนี้
1.ยาบ้า 37 เม็ด
2.ยาไอซ์ 1 ถุง
3.อุปกรณ์การเสพ จำนวนมาก
4.ถุงแบ่งขายยาเสพติด
5.โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง พบข้อมูลลูกค้าจำนวนมาก
โดยการจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมว่า“จำหน่ายโดยมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฏหมาย” ในส่วนของตู้ม้า ได้มี บิดาของนายต่ออายุ 74 ปี ได้แสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงได้ทำการตรวจยึดก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากศอ.ปส.บช.น. ลงพื้นที่หาเบาะแสกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในย่านทุ่งครุ พบเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่แจ้งถึงหัวจ่ายยาเสพติดรายหนึ่งซึ่งแอบยัดยาเสพติดไว้ในลูกชิ้นทอด หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจนสืบทราบแหล่งแพร่กระจายยาเสพติดซึ่งอำพรางเป็น “ร้านขายลูกชิ้นทอด” ภายในซอยสุขสวัสดิ์ 26 แขวงบางกอกประกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ โดยจำหน่ายยาบ้าในราคาเม็ดละ 18 บาท
โดยทางการสืบสวนทราบว่าพ่อค้ายาเสพติดที่อำพรางอยู่ในร้านขายลูกชิ้นนี้คือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ 2 หมายจับในข้อหา “สมคบฯยาเสพติด” และ “ฟอกเงิน”และยังตรวจพบประวัติคดียาเสพติดอีก 5 คดี ซึ่งต่อมาในวันที่ 27 มิ.ย. 69 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. , สน.ราษฎร์บูรณะ และ ป.ป.ส.กทม. เข้าตรวจสอบ โดยสามารถจับกุมตัว นายเอ (นามสมมติ) ตามหมายจับได้
แต่ขณะเดียวกันในขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าไปในร้านขายลูกชิ้นทอดก็ต้องอยู่ในอาการตกใจ เพราะภายนอกด้านหน้าร้านเป็นเพียงห้องแถวเล็กๆ แต่เมื่อเข้าไปภายในกลับกว้างใหญ่สูงถึง 3 ชั้นและซับซ้อนคล้ายรังปลวก โดยเจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบกับยาบ้าและยาไอซ์ อยู่ที่บริเวณ “จุดบริการเสพยาครบวงจร” ด้านหลังบ้าน มีโซฟาและอุปกรณ์การเสพจัดเตรียมไว้ให้ และยังมีสะพานไม้เลี่ยงเจ้าหน้าที่ เชื่อว่าเพื่อไว้บริการให้ลูกค้าหลบหนีข้ามฝั่งหากมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ และในห้องโถงใหญ่ภายในตัวอาคาร เจ้าหน้าที่ตรวจพบ “ตู้ม้า” ไว้เพื่อบริการลูกค้าที่มาเสพยาม้า โดยขณะตรวจพบได้มี บิดาของนายต่อ อายุ 74 ปี ได้แสดงตัวว่าเป็นผู้ดูแลตู้ม้าดังกล่าว หลังการจับกุมและตรวจค้นได้นำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ในชั้นจับกุม นายเอ (นามสมมติ) ได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ตนเองเป็นผู้ค้ายาเสพติด เพราะรายได้ไม่พอใช้ โดยหลบหนีมาจากย่านเทียนทะเล มาอยู่ที่นี่ โดยยอมรับว่าวันนี้โชคดีมากที่โดนจับกุมเพราะปัจจุบันตนเองตั้งใจจะเลิกขายเลิกเสพแล้วเพราะมีลูกน้อย 9 เดือน หากเป็นปกติจะสั่งซื้อยาเสพติดมาที่ละ 300-500 เม็ด เชื่อว่าเป็นบุญที่ตนเองคิดจะเลิกเพื่อลูก ส่วนเบาะแสการยัดยาบ้าในลูกชิ้นนั้นยืนยันว่าไม่ได้แอบยัดในลูกชิ้น เชื่อว่าตนเองถูกจี้โดยคนไม่หวังดีกับธุรกิจของตน โดยตนนั้นเคยติดคุกมาแล้ว 3 ครั้ง ขอให้สัญญาว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย”
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รองโฆษก ตร. กล่าวว่า “ทางการสืบสวนสืบทราบว่า นายต่อ นั้นพื้นเพเดิมของ อยู่ในพื้นที่ สน.เทียนทะเล และเป็นตัวการสำคัญในการแพร่กระจายยาเสพติดในพื้นที่นั้น แต่ได้ถูกออกหมายจับและถูกฝ่ายสืบสวน สน.เทียนทะเล ติดตามไล่ล่าจนต้องหลบหนีมาอยู่ย่านทุ่งครุ โดยมาอยู่ภายในร้านขายลูกชิ้นแห่งนี้ ทางคดีเจ้าหน้าที่ยังมิได้ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา เพราะจากการวิเคราะห์ผู้ต้องหารายนี้มีความคิดสร้างสรรค์ในทางที่ผิด เช่น มีการใช้กลยุทธในการขายโดยใช้ ตู้ม้า และ ยาม้า เกื้อหนุนการขายไปพร้อมๆกัน ทำให้ร้านขายลูกชิ้นแห่งนี้กลายเป็นจุดแพร่กระจายยาเสพติดขึ้นชื่อในพื้นที่อย่างรวดเร็ว โดยปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. กำชับให้ปฏิบัติการกับกลุ่มหัวจ่ายรายสำคัญในพื้นที่ชุมชน ให้ประชาชนเห็นและสัมผัสได้จริงว่าตำรวจเข้าไปปราบปรามใกล้ๆบ้านของพวกท่านจริงๆ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการขยายผลจนถึงที่สุดต่อไป จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนหากพบเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1386 หรือ 191 หรือทางเพจเฟสบุ๊ค กองบัญชาการตำรวจนครบาล MPB หากเป็นความเดือดร้อนของประชาชน เราดำเนินการทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.”