ทลายเครือข่าย Cut Down Scam 2 แอบขายข้อมูลคนไทยเกือบ 10 ล้านรายชื่อให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ มูลค่าเสียหาย 2,000 ล้าน
ทลายเครือข่าย Cut Down Scam 2 แอบขายข้อมูลคนไทยเกือบ 10 ล้านรายชื่อให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ มูลค่าเสียหาย 2,000 ล้าน
ข่าวอาชญากรรม

ทลายเครือข่าย Cut Down Scam 2 แอบขายข้อมูลคนไทยเกือบ 10 ล้านรายชื่อให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ มูลค่าเสียหาย 2,000 ล้าน

ฟังข่าวนี้

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม,กองกำกับการ 4 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ร่วมกับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.4 บก.ปปป.

ร่วมกันจับกุม

1. นายบุญรักฯ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3145/2569

2. นายสมควรฯ อายุ 53 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3146/2569

3. นางสาวแสงแก้วฯ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3147/2569

4. นายอัซฮารีฯ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3148/2569

5. นายจักรีฯ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3149/2569

6. นายพูนทรัพย์ฯ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3151/2569

7. นายวาทินฯ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3155/2569

8. นายนันทวัฒน์ฯ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3156/2569

9. นายวีรยุทธฯ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3295/2569

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันใช้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลอื่นทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือ ความผิดทางอาญาอื่นใด, ร่วมกันเป็นผู้เก็บรวบรวม ครอบครอง หรือเปิดเผยข้อมูล เกี่ยวกับบุคคลทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ เพื่อนำไปใช้ หรือให้บุคคลอื่นใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือ ความผิดทางอาญาอื่นใด โดยการขาย เสนอขาย หรือแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 มาตรา 11/2 วรรคสอง และวรรคท้าย (เพิ่มเติมโดย พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 มาตรา 10) ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83

พร้อมตรวจยึดของกลาง

1.คอมพิวเตอร์ Notebook จำนวน 5 เครื่อง

2.คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ จำนวน 6 เครื่อง

3.Boxphone farm จำนวน 1 เครื่อง

4.อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล จำนวน 2 รายการ

5.โทรศัพท์มือถือ/Tablet จำนวน 31 เครื่อง

6.ซิมการ์ด จำนวน 112 ชิ้น

7.สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 10 เล่ม

8.บัตรอิเล็กทรอนิกส์ (ATM) จำนวน 3 ใบ

9.บัตรกดเงินสด จำนวน 2 ใบ

10.เงินสด จำนวน 775,000 บาท

11.รถยนต์ จำนวน 1 คัน

12.หนังสือเดินทาง จำนวน 3 เล่ม

13.สมุดจดบันทึก จำนวน 6 รายการ

14.อาวุธปืน จำนวน 2 กระบอก

15.เครื่องกระสุนปืน จำนวน 42 นัด

เนื่องด้วยเมื่อประมาณปลายปี 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Committee , PDPC) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เปิดปฏิบัติการ Cut Down Scam -  สยบเครือข่ายค้าข้อมูลส่วนบุคคล กระจายกำลังตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย 8 จังหวัดทั่วประเทศ สามารถทำการจับกุมผู้ต้องหารวม 6 คน พร้อมทั้งตรวจยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, บัญชีธนาคาร และสิ่งของอื่นๆ กว่า 43 รายการ โดยจากการตรวจสอบของกลางเพิ่มเติมพบว่า กลุ่มผู้ต้องหามีการเข้าถึงและเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลไว้อีกกว่า 6 ล้านรายชื่อ ส่งผลให้ยอดรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกพบว่ารั่วไหลรวมประมาณ 9 ล้านรายชื่อ ซึ่งเชื่อว่าถูกองค์กรอาชญากรรมนำไปใช้ในการหลอกลวงประชาชน หรือกรณีถูกนำไปใช้ในการติดต่อชักชวนให้ประชาชนเล่นการพนันออนไลน์

ต่อมาผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เร่งดำเนินการสืบสวนขยายผลไปยังกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทั้งมิติของการพิสูจน์กลุ่มคนร้ายที่ลักลอบขายข้อมูลส่วนบุคคล แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการสืบสวนขยายผลไปยังกลุ่มผู้ซื้อข้อมูลส่วนบุคคล จนกระทั่งนำไปสู่การขยายผลสืบสวนปราบปรามภายใต้ปฏิบัติการ Cut Down Scam 2 สยบเครือข่ายค้าข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มของผู้ต้องหาจำนวน 6 เครือข่าย ในครั้งนี้

ผลการปฏิบัติการตรวจค้น 22 เป้าหมาย (พื้นที่จังหวัดเชียงราย, เชียงใหม่, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง, นครสวรรค์, ลพบุรี, ขอนแก่น, อำนาจเจริญ, สระแก้ว, จันทบุรี,ประจวบคีรีขันธ์,พระนครศรีอยุธยาและกรุงเทพมหานคร) สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับรวม 9 คน พร้อมตรวจยึดของกลาง/สิ่งของตรวจยึดกว่า 15 รายการ นำส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ดำเนินคดีตามกฎหมาย

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย เบื้องต้นให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ทั้งนี้จากการรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่พบจากการตรวจค้นเป้าหมายและจากการล่อซื้อ ภายใต้ปฏิบัติการ Cut Down Scam 2 พบข้อมูลส่วนบุคคล 9,616,199 รายชื่อ และภาพบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 477 บุคคล และจากการตรวจสอบข้อมูลการรับแจ้งความออนไลน์ Thai Police Online พบความเกี่ยวข้องกับรายชื่อที่ถูกเผยแพร่ จำนวน 13,677 Case ID มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น 2,008,531,702.48 บาท

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัย ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง หากต้องมอบข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองให้แก่ผู้อื่น ควรตรวจสอบว่าผู้ขอข้อมูลนั้น มีความน่าเชื่อถือเพียงใด เพราะข้อมูลของท่านอาจจะถูกนำไปใช้ในลักษณะผิดกฎหมาย หรือข้อมูลเหล่านั้นอาจจะย้อนกลับมาทำให้ท่านกลายเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการกรอกข้อมูลในเว็บไซต์ หรือผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ โดยไม่ว่าผู้ขอข้อมูลจะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือบริษัทเอกชน ขอให้ตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ก่อนที่จะเปิดเผยข้อมูลใด ๆ จนกว่าจะมั่นใจในความถูกต้องก่อนที่จะให้ข้อมูล วิธีการป้องกันและแก้ไข เปลี่ยนรหัสผ่านบ่อยๆ จะเป็นการทำให้มิจฉาชีพ เข้าถึงบัญชีโซเชียลมีเดียได้ยากขึ้น ทั้งนี้ บุคคลที่ใช้ เก็บรวบรวม ซื้อ หรือจำหน่าย ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ