วันที่ 19 มิ.ย. 2569 เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ยโสธร สภ.เมืองยโสธร และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ยโสธร ได้เข้าทำการตรวจสอบตึกแถวร้าง หมู่ 8 บ้านศาลาแดง ตำบลตาดทอง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร

ภายในห้องดังกล่าวไม่มีผู้พักอาศัยอยู่ แต่จากการตรวจค้นบริเวณชั้น 2 พบมีการติด ตั้งเครื่องขุดบิตคอยน์จำนวน 18 เครื่อง ทำการต่อวงจรและสร้างตู้เก็บเสียงป้องกันเสียงดังออกนอกตัว ตึกอย่างดี เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บวัตถุพยานและตรวจยึดเครื่องบิตคอยน์ทั้งหมดไว้เป็นของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยโสธร เพื่อเร่งสืบสวนหาตัวเจ้าของมาดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ต่อไป

จากการตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุ พบใบแจ้งค่าไฟฟ้าของห้องดังกล่าวระบุยอดเงินที่ต้องชำระอยู่เพียง 8 บาทเท่านั้น เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมีผู้มาติดต่อเช่า ห้องต่ออีกทอดหนึ่งเพื่อลักลอบติดตั้งระบบดังกล่าว โดยใช้วิธีลักลอบต่อสายตรงจากแนวสายไฟฟ้าหลัก ที่พาดอยู่หน้าอาคาร ลากตรงเข้าสู่ตัวตึก เพื่อจ่ายไฟให้เครื่องบิทคอยน์ทำงาน โดยไม่ผ่านมิเตอร์วัดไฟ

ด้าน นายปรีชา จันทร์เทศ วิศวกรไฟฟ้า เขต 2 อุบลราชธานี เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของปฏิบัติการครั้ง นี้ เกิดจากทางไฟฟ้านครหลวงภูมิภาคยโสธร ตรวจพบความผิดปกติของหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในพื้นที่ ที่มีการจ่ายกระแสไฟฟ้าสูงกว่าระดับปกติ และเมื่อเจ้าหน้าที่ทำการสำรวจเชิงลึก ก็พบว่ากระแสไฟฟ้าส่วนใหญ่ถูกดึงเข้าไปใช้ในแนวตึกร้าง และจุดนี้มีการใช้ไฟสูงกว่าจุดอื่นๆ จึงประสานตำรวจเข้าตรวจสอบ จนพบการกระทำผิดดังกล่าว ซึ่งเครื่องบิทคอยน์เป็น อุปกรณ์ที่กินกระแสไฟสูงมาก การลักลอบต่อไฟตรงในลักษณะนี้ คาดว่าสร้างความเสียหายให้กับการไฟฟ้าฯ ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2 แสนบาท
