วันที่ 9 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะพะงัน และกองบังคับการตำรวจสอบสวนกลาง ประสบความสำเร็จในการปิดล้อมจับกุม นายอนาโตลี ปลูเชฟ (Mr. Anatolii Plushev) อายุ 30 ปี สัญชาติยูเครน ผู้ต้องหาคนสำคัญตามหมายจับศาลจังหวัดเกาะสมุย เลขที่ 121/2569 ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ขณะที่เจ้าตัวกำลังเดินทางกลับเข้าประเทศไทยผ่านทางท่าอากาศยานนานาชาติสมุย เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา ท่ามกลางมาตรการตรวจเข้มเพื่อสกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและทรัพยากรที่ดินของประเทศไทย
ปฏิบัติการครั้งนี้ ทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เดินหน้ากวาดล้างขบวนการนายทุนต่างชาติที่ใช้ช่องว่างทางกฎหมายประกอบธุรกิจผิดประเภท รวมถึงการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) เพื่อถือครองที่ดินและแย่งอาชีพคนไทย โดยนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่สามารถขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การอนุมัติหมายจับผู้กระทำความผิดรวมทั้งสิ้น 45 หมาย ซึ่งปัจจุบันสามารถตามรวบตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้แล้ว 26 ราย และยังคงเร่งติดตามผู้ที่เหลืออีก 19 รายอย่างไม่ลดละ

สำหรับพฤติการณ์ของ นายอนาโตลี ปลูเชฟ นั้น พบว่าเป็นหนึ่งในตัวการหลักที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งบริษัท รูปิคอน จำกัด เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบังหน้าครอบครองที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยผู้ต้องหามีบทบาทเป็นผู้ถือหุ้นร่วมกับบิดาและวางแผนจดแจ้งเอกสารอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินบนเกาะพะงัน ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวมาโดยตลอด กระทั่งทราบว่าผู้ต้องหาได้ไหวตัวหลบหนีออกไปนอกราชอาณาจักรในช่วงก่อนที่ศาลจะอนุมัติหมายจับเพียงไม่นาน แต่เจ้าหน้าที่ยังคงจัดชุดสืบสวนเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวจนพบข้อมูลความลับว่านายอนาโตลีจะเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยอีกครั้งในช่วงเวลา 19.30 น. ของวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่จึงวางแผนดักซุ่มรอที่สนามบินสมุยและสามารถเข้าแสดงหมายจับควบคุมตัวไว้ได้ทันควันขณะก้าวลงจากเครื่องบิน

ภายหลังการควบคุมตัว นายอนาโตลีได้ยอมรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และให้การเบื้องต้นในชั้นจับกุมว่า ตนเองได้ร่วมกับครอบครัวในการจัดตั้งบริษัทดังกล่าวขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ในการครอบครองที่ดินจริงตามข้อกล่าวหา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในความผิดฐาน เป็นตัวการร่วมกันจดแจ้งเอกสารอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินฯ เพื่อให้ได้มาซึ่งการครอบครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าจะเดินหน้าขยายผลการสืบสวนเพื่อกวาดล้างเครือข่ายนอมินีที่เหลือให้สิ้นซาก เพื่อคืนความยุติธรรมและรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของชาติ ไม่ให้กลุ่มทุนต่างชาติฉวยโอกาสกดขี่หรือแย่งชิงทรัพยากรและอาชีพของคนไทยอีกต่อไป โดยจะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป