ค้นบ้านอาจารย์แก้กรรมฉาว เฉลยแล้วที่มาความแม่น
ค้นบ้านอาจารย์แก้กรรมฉาว เฉลยแล้วที่มาความแม่น
ข่าวอาชญากรรม

ค้นบ้านอาจารย์แก้กรรมฉาว เฉลยแล้วที่มาความแม่น

ฟังข่าวนี้

จากกรณีอาจารย์แก้กรรมรายหนึ่งในพื้นที่ภาคเหนือ ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์กระทำอนาจารผู้เข้ารับพิธีแก้กรรมเพื่อบรรเทาอาการป่วย ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้เข้าจับกุมผู้ถูกกล่าวหาแล้ว พร้อมขยายผลตรวจสอบรูปแบบการอ้างข้อมูลเจ้ากรรมนายเวรที่ใช้ประกอบการทำพิธีแก้กรรมกับผู้เข้ารับบริการ

จุดเริ่มต้นของคดีเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ชายอายุ 32 ปี ซึ่งประกอบธุรกิจส่วนตัว ได้ร้องเรียนผ่านเพจสายไหมต้องรอด โดยระบุว่าตนเองมีอาการปวดศีรษะรุนแรงต่อเนื่อง แม้เข้ารับการรักษาทางการแพทย์และใช้ยาบรรเทาอาการ แต่อาการยังไม่ดีขึ้น จึงได้รับคำแนะนำจากครอบครัวให้ลองเข้าพบอาจารย์แก้กรรมรายดังกล่าว เนื่องจากเชื่อว่ามีลูกศิษย์จำนวนมากและอาจช่วยแก้ปัญหาได้

อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า หลังเข้ารับพิธีแก้กรรม กลับถูกกระทำอนาจารหลายครั้งในวันเดียว โดยผู้ถูกกล่าวหาได้อ้างเรื่องกรรมในอดีตชาติ และใช้ความเชื่อเกี่ยวกับเจ้ากรรมนายเวรเป็นส่วนหนึ่งของการชักจูง อีกทั้งยังมีการกระทำที่ส่อไปในทางอนาจาร ก่อนผู้เสียหายจะบันทึกคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน และตัดสินใจออกจากสถานที่ดังกล่าว

ต่อมา มีผู้เสียหายอีก 1 ราย เป็นชายอายุ 18 ปี ได้เข้าแจ้งความเพิ่มเติม โดยระบุว่าเคยถูกกระทำอนาจารตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 18 ปี ทำให้คดีมีประเด็นเกี่ยวข้องกับผู้เสียหายที่ยังเป็นเยาวชนในขณะเกิดเหตุ

หลังรับเรื่องร้องเรียน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้รวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนเข้าจับกุมนายไพศาล ผู้ถูกกล่าวหา ที่บ้านพักในตำบลป่าป้อง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ในข้อหากระทำชำเรา และพรากผู้เยาว์ โดยชุดจับกุมเปิดเผยว่า ขณะเข้าควบคุมตัว ผู้ต้องหามีท่าทีสงบนิ่ง ไม่ขัดขืนการจับกุม พร้อมตรวจยึดเอกสารและหนังสือเกี่ยวกับนิมิตจำนวนหนึ่งไว้ตรวจสอบเพิ่มเติม

ต่อมา กองปราบปรามได้ปฏิบัติการ “ปิดฉากนักแก้กรรมนิมิตวิตถาร” โดยเข้าตรวจค้น 2 จุด ได้แก่ บ้านพักของผู้ต้องหาในจังหวัดลำพูน และบ้านลูกศิษย์ใกล้ชิดในจังหวัดเชียงใหม่ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่จากการสืบสวนพบพฤติการณ์ที่เข้าข่ายหลอกลวงว่าสามารถแก้กรรมผ่านการสื่อสารกับเจ้ากรรมนายเวร ก่อนใช้ความเชื่อของผู้เสียหายเป็นช่องทางในการกระทำความผิดทางเพศ

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับวิธีอ้างอิงชื่อบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวรให้ไปขอขมากรรมได้ เพราะในบ้านพบหนังสือประวัติศาสตร์ หนังสือรุ่นโรงเรียน และมหาวิทยาลัยจำนวนมาก มีการติ๊กชื่อไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ต้องหานำรายชื่อเหล่านั้นมาอ้างกับผู้เสียหาย เพื่อให้ไปขอขมาแก้กรรม โดยอ้างว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวร ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลว่ามีผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมหรือไม่

สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 1 วัน ก่อนดำเนินการขออำนาจศาลฝากขัง พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่เคยได้รับความเสียหาย หรือเคยถูกกระทำอนาจารในลักษณะใกล้เคียงกัน เข้าแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการดำเนินคดีต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ