กรมศุลกากรเพิ่มความเข้มงวด ตรวจสอบสินค้านำเข้าผิดกฎหมาย จับกุมก๊าซไนตรัสออกไซด์ สินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและเฮโรอีน มูลค่ากว่า 159 ล้านบาท
กรมศุลกากรเพิ่มความเข้มงวด ตรวจสอบสินค้านำเข้าผิดกฎหมาย จับกุมก๊าซไนตรัสออกไซด์ สินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและเฮโรอีน มูลค่ากว่า 159 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม

กรมศุลกากรเพิ่มความเข้มงวด ตรวจสอบสินค้านำเข้าผิดกฎหมาย จับกุมก๊าซไนตรัสออกไซด์ สินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและเฮโรอีน มูลค่ากว่า 159 ล้านบาท

ฟังข่าวนี้

วันนี้ (3 พ.ย. 2568) นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร แถลงข่าวผลการปราบปรามการนำเข้าสินค้าก๊าซไนตรัสออกไซด์ (ก๊าซหัวเราะ) สินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและเฮโรอีน มูลค่ารวมกว่า 159 ล้านบาท โดยระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของกรมศุลกากรในการปกป้องสังคมจากสินค้าผิดกฎหมาย โดยมี นางสาวสุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วยนายอาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา นายแถมสิน ศรีบางพลีน้อย รองผู้อำนวยการท่าเรือกรุงเทพ การท่าเรือ แห่งประเทศไทย และนางสาวอรอนงค์ ตัณฑวิวัฒน์ เภสัชกรชำนาญการพิเศษ หัวหน้าด่านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ท่าเรือกรุงเทพ เข้าร่วมแถลงข่าว ณ สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ กรมศุลกากร

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรได้ให้ความสำคัญในการปกป้องสังคม โดยได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบควบคุมสินค้าที่มีความเสี่ยงในการทำผิดกฎหมายและก่อให้เกิดการค้าที่ไม่เป็นธรรม และปรับเปลี่ยนระบบการตรวจสอบสินค้าให้ทันสมัยเป็นสากล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมสินค้าผิดกฎหมาย โดยไม่สร้างภาระให้แก่ผู้ประกอบการสุจริต ระหว่างเดือนกันยายน - ตุลาคม 2568 กรมศุลกากร โดยสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ตรวจสอบสินค้านำเข้า ต้นทางประเทศจีน สำแดงเป็นสินค้าเบ็ดเตล็ด จากการตรวจสอบพบว่า มีสินค้าบางส่วนไม่ได้สำแดงในใบขนสินค้า และยังพบว่าเป็นสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า เช่น รองเท้าแตะ แบตเตอรี่ กระเป๋า และแก้วเก็บอุณหภูมิ รวมทั้งสิ้น 70 หีบห่อ จำนวน 18,175 ชิ้น มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 55 ล้านบาท

กรณีดังกล่าวเป็นการนำสินค้าต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้สินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เป็นสินค้าที่ต้องห้ามส่งออก ห้ามนำเข้า และห้ามนำผ่านราชอาณาจักร พ.ศ. 2565 และเป็นการละเมิดเครื่องหมายการค้า อันเป็นความผิดตามมาตรา 202 244 252 166 และ 167 แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบกับ พ.ร.บ. การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534

นอกจากนี้ วันที่ 29 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสินค้านำเข้าจากประเทศจีน พบก๊าซไนตรัสออกไซด์ (ก๊าซหัวเราะ) จำนวน 2,670 ชิ้น มูลค่ากว่า 44 ล้านบาท ไม่ได้สำแดงมาในใบขนสินค้า ก๊าซดังกล่าวเป็นยาที่ใช้ตามโรงพยาบาลสำหรับดมสลบก่อนผ่าตัดหรือถอนฟัน เพื่อลดอาการปวด ออกฤทธิ์ และหมดฤทธิ์เร็ว หากสูดดมเข้าไปมากจะทำให้คลื่นไส้ อาเจียน มึนงง และหมดสติ และหากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจทำให้เส้นประสาทส่วนปลายเสื่อม เหน็บชาบริเวณนิ้วมือหรือนิ้วเท้า และอาจถึงขั้นเสียชีวิต กรณีนี้เป็นความผิดฐานนำของต้องกำกัดเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามมาตรา 202 244 252 166 และ 167 แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบกับ พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510

ล่าสุด กรมศุลกากร โดยสำนักงานศุลกากรหนองคาย ตรวจพบยาเสพติด ให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) จำนวน 20 กิโลกรัม ณ ด่านพรมแดนหนองคาย สะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ 1 ซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทางของหญิงสัญชาติไทย จำนวน 2 ราย มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท เป็นความผิดฐานนำเข้าและมีไว้ ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 อันเป็นความผิดตาม มาตรา 242 และมาตรา 252 แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบประมวลกฎหมายยาเสพติด

อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสถิติการจับกุมสินค้าผิดกฎหมายของกรมศุลกากร ในปีงบประมาณ 2568 (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 - 30 กันยายน 2568) จับกุมทั้งหมด 48,711 ราย มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท และตั้งแต่วันที่ 1 - 31 ตุลาคม 2568 จับกุมสินค้าผิดกฎหมายอื่นๆ 3,388 ราย มูลค่ากว่า 170 ล้านบาท โดยจับกุมสินค้านำเข้า เช่น เมทแอมเฟตามีน มูลค่า 21 ล้านบาท บุหรี่ มูลค่า 20 ล้านบาท โคคาอีน มูลค่า 16 ล้านบาท สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มูลค่า 12 ล้านบาท น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า มูลค่า 6 ล้านบาท และจับกุมสินค้าส่งออก เช่น กัญชา มูลค่า 21 ล้านบาท เฮโรอีน มูลค่า 4 ล้านบาท ทองคำ มูลค่า 2 ล้านบาท เมทแอมเฟตามีน มูลค่า 1 ล้านบาท และแอมเฟตามีน มูลค่า 150,000 บาท เป็นต้น ทั้งนี้กรมศุลกากรจะเพิ่มมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้า - ส่งออก สินค้าผิดกฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อปกป้องสังคมให้ปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวนครบาล ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ