DSI จับกุมผู้ต้องหา เครือข่ายแชร์ลอตเตอรี่ เสียหายกว่า 622 ล้านบาท
DSI จับกุมผู้ต้องหา เครือข่ายแชร์ลอตเตอรี่ เสียหายกว่า 622 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม

DSI จับกุมผู้ต้องหา เครือข่ายแชร์ลอตเตอรี่ เสียหายกว่า 622 ล้านบาท

ฟังข่าวนี้

วานนี้ (28 ตุลาคม 2568) ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้จับกุม นายกฤตภพ (สงวนนามสกุล) ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงิน อันเป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้ที่บริเวณหน้าบ้านในตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา และรวมถึงแจ้งว่าต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่อง

ในขณะจับและควบคุมตัว จนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคล สูญหาย พ.ศ. 2565 ให้ผู้ต้องหาได้รับทราบแล้ว จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งมอบให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 49/2564 ของกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ สื่บเนื่องมาจากระหว่าง เดือนเมษายน ถึงเดือนพฤษภาคม 2564 ผู้ต้องหากับพวกได้ร่วมกันประกาศขายสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว และเพจชื่อ บ้านรวยโชค โดยโพสต์ภาพสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวนมากเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ พร้อมแจ้งช่องทางติดต่อผ่านไลน์ไอดี @baanruaychok และบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Ruaychok Ruaychok Jinn Prasarnpong และ BJ Kritpob Ruaychok เมื่อมีผู้สนใจติดต่อมา กลุ่มผู้ต้องหาจะอ้างว่ามี โควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลจากยี่ปั๊วรายใหญ่ และชักชวนให้ซื้อสลากฯ หรือร่วมลงทุนในลักษณะ ฝากขายสลากฯ โดยผู้ลงทุน ไม่ต้องรับสลากไปขายเอง แต่จะได้รับผลตอบแทนเป็นส่วนต่างราคาขาย ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยธนาคารทั่วไป

ต่อมาในงวดวันที่ 16 พฤษภาคม 2564 และ 1 มิถุนายน 2564 กลุ่มผู้ต้องหาไม่มีสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้แก่ผู้เสียหายตามที่ตกลง และไม่จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ร่วมลงทุน ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหาย เป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มผู้ต้องหามีการหลอกลวงประชาชนโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ และปกปิดความจริง เพื่อให้เชื่อว่ามีโควตาสลากจริง ทั้งที่ในความเป็นจริงกลุ่มผู้ต้องหาไม่มีสลากตามจำนวนที่กล่าวอ้าง และมีเจตนาหลอกลวงเพื่อให้ผู้อื่นนำเงินมาลงทุนตั้งแต่ต้น มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 622,267,225 บาท

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพิเศษ เป็นไปตามข้อสั่งการของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่กำหนดให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงการบังคับบัญชา จัดชุดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ เพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ยังหลบหนี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป

ผู้สื่อข่าวนครบาล ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ